บทความวิจัย | Research Article

ความต้องการจำเป็นและแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล

Needs Assessment and Guidelines for Developing Ethical Leadership of School Administrators in the Digital Era
จัดทำเพื่อการนำเสนอบทความวิชาการ/บทความวิจัย
ดร.ชีวิน อ่อนละอออาจารย์ณรงค์ ชูสกุลอาจารย์อภัย ประกอบผลอาจารย์สวิตา อ่อนละออ
420ประชากร
201กลุ่มตัวอย่าง
0.94ค่าความเชื่อมั่น
4.18ค่าเฉลี่ยรวม

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล 2) ศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล และ 3) เสนอแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล

ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูในสถานศึกษา จำนวน 420 คน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 201 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของ Krejcie and Morgan และใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าดัชนีความสอดคล้องของข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ หรือ IOC อยู่ระหว่าง 0.67–1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.94 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น

ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.18 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.52 2) ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงจริยธรรม พบว่าด้านที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุด คือ ด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีจริยธรรม รองลงมา คือ ด้านความโปร่งใสและความรับผิดชอบ และด้านการตัดสินใจบนหลักคุณธรรม และ 3) แนวทางการพัฒนาควรประกอบด้วยการอบรมเชิงปฏิบัติการ การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ การใช้ระบบพี่เลี้ยง การจัดทำแนวปฏิบัติด้านจริยธรรมดิจิทัล และการประเมินพฤติกรรมภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมอย่างต่อเนื่อง

ภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมผู้บริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลความต้องการจำเป็น

Abstract

The objectives of this research were to study the level of ethical leadership of school administrators in the digital era, investigate the needs for developing ethical leadership, and propose development guidelines. The population consisted of 420 school administrators and teachers. The sample group included 201 participants, determined by Krejcie and Morgan’s sample size table and selected through stratified random sampling. The research instrument was a five-point rating scale questionnaire. The IOC ranged from 0.67 to 1.00, and the reliability coefficient was 0.94.

1. บทนำ

ในยุคดิจิทัล สถานศึกษาต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านเทคโนโลยี สังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และพฤติกรรมของผู้เรียน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการสถานศึกษา การจัดการเรียนการสอน การประเมินผล การติดต่อสื่อสารกับผู้ปกครอง ตลอดจนการจัดเก็บและใช้ข้อมูลของผู้เรียนและบุคลากรในสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาจึงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทาง การตัดสินใจ และการขับเคลื่อนองค์กรให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัลมิได้มีเพียงมิติของความรวดเร็ว ความสะดวก และประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับประเด็นด้านคุณธรรม จริยธรรม ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ ความเป็นธรรม และความปลอดภัยของข้อมูล หากผู้บริหารสถานศึกษาขาดหลักจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี อาจส่งผลกระทบต่อผู้เรียน ครู ผู้ปกครอง และชุมชน

ภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมจึงเป็นคุณลักษณะสำคัญของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคปัจจุบัน เนื่องจากผู้บริหารต้องเป็นผู้นำที่ยึดมั่นในหลักคุณธรรม มีความซื่อสัตย์ โปร่งใส รับผิดชอบ ยุติธรรม เคารพสิทธิของผู้อื่น และสามารถตัดสินใจบนพื้นฐานของประโยชน์ส่วนรวม

2–3. วัตถุประสงค์และคำถามการวิจัย

วัตถุประสงค์การวิจัย

  1. เพื่อศึกษาระดับภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล
  2. เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล
  3. เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล

คำถามการวิจัย

  1. ภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัลอยู่ในระดับใด
  2. ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมเป็นอย่างไร
  3. แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมควรเป็นอย่างไร

4. กรอบแนวคิดในการวิจัย

การวิจัยครั้งนี้กำหนดกรอบแนวคิดจากแนวคิดภาวะผู้นำเชิงจริยธรรม แนวคิดการบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล และแนวคิดการประเมินความต้องการจำเป็น โดยกำหนดองค์ประกอบของภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล จำนวน 5 ด้าน

ความซื่อสัตย์และความน่าเชื่อถือ
ความยุติธรรมและความเสมอภาค
ความโปร่งใสและความรับผิดชอบ
การตัดสินใจบนหลักคุณธรรม
การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีจริยธรรม

5. วิธีดำเนินการวิจัย

5.1 รูปแบบการวิจัย

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้บริหารสถานศึกษาและครู เพื่อศึกษาระดับภาวะผู้นำเชิงจริยธรรม ความต้องการจำเป็น และแนวทางการพัฒนาในบริบทของสถานศึกษาในยุคดิจิทัล

5.2 ประชากร

กลุ่มประชากรจำนวน
ผู้บริหารสถานศึกษา60 คน
ครูผู้สอน360 คน
รวม420 คน

5.3 กลุ่มตัวอย่าง

กลุ่มตัวอย่างจำนวน
ผู้บริหารสถานศึกษา29 คน
ครูผู้สอน172 คน
รวม201 คน

6–9. เครื่องมือ คุณภาพเครื่องมือ และการวิเคราะห์ข้อมูล

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ: IOC

ด้านจำนวนข้อค่า IOC ต่ำสุดค่า IOC สูงสุดผลการประเมิน
ความซื่อสัตย์และความน่าเชื่อถือ50.671.00ใช้ได้
ความยุติธรรมและความเสมอภาค50.671.00ใช้ได้
ความโปร่งใสและความรับผิดชอบ50.671.00ใช้ได้
การตัดสินใจบนหลักคุณธรรม50.671.00ใช้ได้
การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีจริยธรรม50.671.00ใช้ได้
รวมทั้งฉบับ250.671.00ใช้ได้
ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม: ทดลองใช้กับกลุ่มที่มีลักษณะใกล้เคียงกับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน วิเคราะห์ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค พบว่ามีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.94 แสดงว่าแบบสอบถามมีความเชื่อมั่นอยู่ในระดับสูง

การเก็บรวบรวมข้อมูล

  1. ศึกษาเอกสาร แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
  2. กำหนดกรอบแนวคิดและสร้างแบบสอบถามให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์
  3. เสนอแบบสอบถามต่อผู้เชี่ยวชาญ 3 คนเพื่อตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา
  4. ปรับปรุงแก้ไขแบบสอบถามตามข้อเสนอแนะ
  5. ทดลองใช้แบบสอบถามกับกลุ่มทดลอง 30 คน
  6. ขอความอนุเคราะห์จากสถานศึกษาในการเก็บรวบรวมข้อมูล
  7. เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 201 คน
  8. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของแบบสอบถาม
  9. วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติที่เหมาะสม

การวิเคราะห์ข้อมูล

ใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (X̄) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น เพื่อจัดลำดับความสำคัญของความต้องการพัฒนา

10–11. ผลการวิจัยและสรุปผลการวิจัย

10.1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม

สถานภาพจำนวนร้อยละ
ผู้บริหารสถานศึกษา2914.43
ครูผู้สอน17285.57
รวม201100.00

10.2 ระดับภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล

ด้านS.D.ระดับ
ความซื่อสัตย์และความน่าเชื่อถือ4.250.49มาก
ความยุติธรรมและความเสมอภาค4.120.55มาก
ความโปร่งใสและความรับผิดชอบ4.160.53มาก
การตัดสินใจบนหลักคุณธรรม4.200.51มาก
การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีจริยธรรม4.080.58มาก
รวม4.180.52มาก
ความซื่อสัตย์และความน่าเชื่อถือ
4.25
ความยุติธรรมและความเสมอภาค
4.12
ความโปร่งใสและความรับผิดชอบ
4.16
การตัดสินใจบนหลักคุณธรรม
4.20
การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีจริยธรรม
4.08

10.3 ผลการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น

ด้านสภาพปัจจุบัน X̄สภาพที่พึงประสงค์ X̄ค่าความต้องการจำเป็นลำดับ
ความซื่อสัตย์และความน่าเชื่อถือ4.254.650.095
ความยุติธรรมและความเสมอภาค4.124.600.124
ความโปร่งใสและความรับผิดชอบ4.164.750.142
การตัดสินใจบนหลักคุณธรรม4.204.780.143
การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีจริยธรรม4.084.800.181
สรุปผลสำคัญ: ด้านที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุด คือ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีจริยธรรม มีค่าความต้องการจำเป็น 0.18 รองลงมา คือ ความโปร่งใสและความรับผิดชอบ และการตัดสินใจบนหลักคุณธรรม

12. อภิปรายผล

ผลการวิจัยพบว่า ภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากผู้บริหารสถานศึกษาตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารงานโดยยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ โดยเฉพาะในบริบทของสถานศึกษาซึ่งเป็นองค์กรที่มีหน้าที่ในการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีความรู้ และสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ

ด้านความซื่อสัตย์และความน่าเชื่อถือมีค่าเฉลี่ยสูงสุด แสดงให้เห็นว่าผู้บริหารสถานศึกษามีการปฏิบัติตนอย่างซื่อสัตย์ เปิดเผย ตรงไปตรงมา และสามารถสร้างความไว้วางใจให้แก่ครู บุคลากร ผู้เรียน และผู้ปกครองได้ ส่วนด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีจริยธรรมมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด และมีความต้องการจำเป็นสูงสุด สะท้อนว่าสถานศึกษายังจำเป็นต้องพัฒนาผู้บริหารให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านจริยธรรมดิจิทัลมากยิ่งขึ้น

การพัฒนาภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมในยุคดิจิทัลควรดำเนินการอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงการจัดอบรมระยะสั้น แต่ควรสร้างกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติการ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ การจัดทำกรณีศึกษา การใช้ระบบพี่เลี้ยง และการประเมินพฤติกรรมภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมเป็นระยะ

13. ข้อเสนอแนะ

13.1 ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้

  1. สถานศึกษาควรจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับจริยธรรมดิจิทัลให้แก่ผู้บริหารสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง
  2. ผู้บริหารควรพัฒนาตนเองด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีจริยธรรม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูล ความเป็นส่วนตัว และความเป็นธรรม
  3. หน่วยงานต้นสังกัดควรกำหนดนโยบายหรือแนวปฏิบัติด้านจริยธรรมดิจิทัลสำหรับสถานศึกษาอย่างชัดเจน
  4. สถานศึกษาควรสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วม
  5. ควรมีระบบติดตามและประเมินผลพฤติกรรมภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมอย่างต่อเนื่อง

13.2 ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป

  1. ควรศึกษารูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมในยุคดิจิทัล
  2. ควรทำการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์ผู้บริหาร ครู ผู้เรียน และผู้ปกครอง
  3. ควรเปรียบเทียบภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดที่แตกต่างกัน
  4. ควรพัฒนาโปรแกรมฝึกอบรมภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมและทดลองใช้
  5. ควรศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล

14. แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงจริยธรรม

15. เอกสารอ้างอิง

Brown, M. E., & Treviño, L. K. (2006). Ethical leadership: A review and future directions. The Leadership Quarterly, 17(6), 595–616.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.

Yukl, G. (2013). Leadership in organizations. Pearson Education.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2565). แนวทางการบริหารจัดการศึกษาในยุคดิจิทัล. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566). แนวทางการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สรุปสำหรับการนำเสนอ

บทความวิจัยนี้ศึกษาความต้องการจำเป็นและแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล กลุ่มตัวอย่างจำนวน 201 คน เครื่องมือเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่า IOC ระหว่าง 0.67–1.00 และค่าความเชื่อมั่น 0.94 ผลการวิจัยพบว่าภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมโดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 4.18 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.52 โดยด้านที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุดคือการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีจริยธรรม จึงควรพัฒนาผู้บริหารด้วยการอบรมเชิงปฏิบัติการ การสร้าง PLC/E-PLC ระบบพี่เลี้ยง คู่มือจริยธรรมดิจิทัล และการประเมินติดตามผลอย่างต่อเนื่อง